วันที่ 16 กรกฎาคม 2564  เวลา 9.30 น. ณ อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา นายสัตวแพทย์กิติกรณ์ เจนไพบูลย์ ปศุสัตว์จังหวัดสงขลา เป็นประธานเปิดโครงการปศุสัตว์ร่วมใจกำจัดภัยโรคพิษสุนัขบ้า เพื่อเฉลิมพระเกียรติ ภายใต้แผนยุทธศาสตร์การดำเนินโครงการสัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัย จากโรคพิษสุนัขบ้า ตามพระปณิธานศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒนวรขัตติยราชนารี สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสงขลา ร่วมกับ หัวหน้าส่วนราชการอำเภอนาทวี เทศบาลตำบลนาทวี ปศุสัตว์อำเภอทุกอำเภอ นำเจ้าหน้าที่และบุคลากร เปิดบริการทำหมันสุนัข-แมว ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าให้กับสุนัขและแมวที่ไม่มีเจ้าของ

   โครงการดังกล่าว มีวัตถุประสงค์ เพื่อเฉลิมพระเกียรติและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี และเพื่อเป็นการควบคุมประชากรสุนัข-แมว พื้นที่เกิดโรคและพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคพิษสุนัขบ้าโดยการทำหมัน รวมทั้งเพื่อให้สัตว์กลุ่มเสี่ยงได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าอย่างครอบคลุมทั่วถึง

    นอกจากนี้ ยังเป็นการให้เจ้าของสัตว์และประชาชนมีความรู้เรื่องโรคพิษสุนัขบ้าและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับโรคพิษสุนัขบ้า สามารถระวังป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าในสัตว์เลี้ยงและดูแลตนเองให้ปลอดจากโรคได้ และมีจิตสำนึกเลี้ยงสัตว์อย่างมีความรับผิดชอบให้กับประชาชน
     ผลการดำเนินโครงการฯ  ผ่าตัดทำหมันสุนัข-แมว ไม่มีเจ้าของ จำนวน 35 ตัว (สุนัข 17 ตัว แมว 18ตัว) และฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า จำนวน 35 ตัว พร้อมทั้งให้คำปรึกษาเกี่ยวกับสุขภาพสัตว์เลี้ยง ความรู้เรื่องโรคพิษสุนัขบ้า และการดูแลตนเองให้ปลอดจากโรคพิษสุนัขบ้าแก่ผู้ร่วมกิจกรรม

 

 


   

    วันที่ 12 กรกฎาคม 2564 นายสัตวแพทย์กิติกรณ์ เจนไพบูลย์ ปศุสัตว์จังหวัดสงขลา นายบุญเกียรติ รักเกตุ ปศุสัตว์อำเภอรัตภูมิ รักษาการปศุสัตว์อำเภอควนเนียง พร้อมด้วยปศุสัตว์อำเภอในจังหวัดสงขลา เจ้าหน้าที่สำนักงานปศุสัตว์เขต 9 ด่านกักกันสัตว์สงขลา และสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสงขลา ร่วมดำเนินกิจกรรมภายใต้โครงการปศุสัตว์เคลื่อนที่เฉลิมพระเกียรติ ประจำปี พ.ศ. 2564 ณ วัดแพรกสุวรรณ ตำบลบางเหรียง อำเภอควนเนียง จังหวัดสงขลา โดยกิจกรรมประกอบด้วย การผ่าตัดทำหมันและฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าในสุนัขและแมว และฉีดวัคซีนป้องกันโรคลัมปีสกินในโค  

     ผลการดำเนินงาน

        1) ผ่าตัดทำหมัน และฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้ารวม 67 ตัว โดยแบ่งเป็น สุนัขเพศผู้ 16 ตัว สุนัขเพศเมีย 35 ตัว แมวเพศผู้ 7 ตัวแมวเพศเมีย 9 ตัว

         2) ฉีดวัคซีนป้องกันโรคลัมปีสกินให้กับเกษตรกรในพื้นที่หมู่ 1-13 ตำบลบางเหรียง อำเภอควนเนียง โค 300 ตัว เกษตรกรเข้ารับบริการทั้งสิ้น 37 ราย

 

 

วันที่ 5 กรกฎาคม 2564 อ.สทิงพระ จ.สงขลา นายสัตวแพทย์กิติกรณ์ เจนไพบูลย์ ปศุสัตว์จังหวัดสงขลา ร่วมกับนายคณิต ชาระ รักษาราชการแทนปศุสัตว์อำเภอสทิงพระ นายคมกฤช ศิริสวัสดิ์ ปศุสัตว์อำเภอสิงหนคร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ รณรงค์ ฉีดวัคซีน ป้องกันโรค lumpy Skin ให้โคของเกษตรกร ณ  ม.5 ต.สนามชัย อ.สทิงพระ  จ.สงขลา โค 19 ตัว เกษตรกร 1 ราย  และ โคของเกษตรกร ณ  ม.1 ต.วัดจันทร์ อ.สทิงพระ  จ.สงขลา โคจำนวน 155 ตัว เกษตรกร 16 ราย ได้ให้คำแนะนำเรื่องการควบคุมป้องกันโรค การดูแลสุขภาพสัตว์ ตลอดจนการปฏิบัติหลังการได้รับวัคซีนฯ เรื่องการควบคุมแมลงสัตว์พาหะในคอกสัตว์ และการงดการเคลื่อนย้ายสัตว์ให้กับเกษตรกร

 



   วันที่ 5 กรกฎาคม 2564 นายสัตว์แพทย์กิติกรณ์ เจนไพบูลย์ ปศุสัตว์จังหวัดสงขลา พร้อมด้วย นายไชยพร นิยมแก้ว นายอำเภอเมืองสงขลา นำเจ้าหน้าที่ติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคลัมปี สกิน ในโค-กระบือ ของเกษตรกรหมู่ที่ 1 บ้านอ่างทอง ตำบลทุ่งหวัง อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา พร้อมทั้งฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อในคอกที่เลี้ยงโค ให้คำแนะนำในการควบคุมโรคไม่ให้แพร่กระจายเชื้อ ขณะที่จังหวัดสงขลา พบว่ามีการแพร่ระบาดของโรคในพื้นที่ตำบลทุ่งหวัง และตำบลเกาะแต้ว อำเภอเมืองสงขลา เกษตรกรได้รับความเดือดร้อน 11 ราย โคป่วย 18 ตัว รักษาหายแล้ว 7 ตัว และยังไม่มีรายงาน โค-กระบือ ที่เสียชีวิตจากโรคดังกล่าว

   นายสัตว์แพทย์ กิติกรณ์ เจนไพบูลย์ ปศุสัตว์จังหวัดสงขลา กล่าวว่า จากการแพร่ระบาดของโรคโรคลัมปี สกิน ในพื้นที่ตำบลทุ่งหวัง และตำบลเกาะแต้ว เบื้องต้นได้ประกาศให้จังหวัดสงขลาเป็นเขตโรคระบาดโรคลัมปี สกิน ในโค-กระบือ เพื่อควบคุมการเคลื่อนย้ายสัตว์เข้าออกในพื้นที่ ตามมาตรการป้องกันและควบคุมโรค เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากสัตวแพทย์ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบประจำเขตนั้นทุกครั้งที่มีการเคลื่อนย้าย หากผู้ใดฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท

   สำหรับโรคลัมปี สกิน เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสในโคและกระบือ เป็นโรคอุบัติใหม่ในประเทศไทย และไม่ใช่โรคที่ติดต่อจากสัตว์สู่คน แต่มีการแพร่ระบาดเป็นวงกว้าง เนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคเกิดจากแมลงดูดเลือดเป็นพาหะ และอาจติดจากการสัมผัสใกล้ชิดกันของสัตว์ ติดจากน้ำลาย สารคัดหลั่ง สะเก็ดแผล รวมไปถึงการใช้อุปกรณ์ร่วมกัน โดยจะมีอาการไข้สูงในช่วงแรก ซึ่งเกษตรกรสามารถบรรเทาอาการเบื้องต้นโดยการเช็ดตัวอย่างสม่ำเสมอเพื่อลดไข้ และให้รีบแจ้งไปยังปศุสัตว์อำเภอ เพื่อเข้ามาตรวจสอบ และดำเนินการรักษาในการฉีดยาลดไข้ หรือรักษาตามอาการ นอกจากนี้ให้ใช้ยาทาแผลบริเวณลำตัวที่มีตุ่มขึ้น ร่วมกับยาปฏิชีวนะและใช้ยารักษาแผลภายนอกจนกว่าจะหาย ซึ่งจะใช้ระยะเวลาในการรักษาประมาณ 30-45 วัน

   สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสงขลา ได้ลงพื้นที่ให้การช่วยเหลือเกษตรกร โดยพ่นยาฆ่าเชื้อ พ่นสารกำจัดแมลงให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ที่ประสบปัญหา และได้รับผลกระทบจากโรคลัมปี สกิน รวมทั้งได้รับความร่วมมือจากอำเภอเมืองสงขลา ปศุสัตว์อำเภอเมืองสงขลา และองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ ในการนำงบภัยพิบัติมาช่วยเหลือในเรื่องเวชภัณฑ์ในการรักษา อีกทั้งจังหวัดสงขลา ได้รับการสนับสนุนวัคซีน จำนวน 20,000 โดส เพื่อทำการฉีดในโคและกระบือ ให้ครอบคลุมทั้ง 16 อำเภอ โดยจะดำเนินการฉีดวัคซีนให้แล้วเสร็จภายในเดือนกรกฎาคมนี้

   ปศุสัตว์จังหวัดสงขลา กล่าวอีกว่า ในส่วนของเนื้อสัตว์ที่ป่วยด้วยโรคโรคลัมปี สกิน นั้นยืนยันว่าสามารถบริโภคได้ไม่ติดกับคน แต่การบริโภคเนื้อสัตว์ต้องปรุงให้สุก เพื่อหลีกเลี่ยงโรคที่เกิดจากการรับประทานเนื้อสัตว์สุกๆดิบๆ และหากเกษตรกรพบโค กระบือ ป่วยและแสดงอาการผิดปกติให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์อำเภอในพื้นที่ทันที เพื่อดำเนินการป้องกันและควบคุมโรคเร็วที่สุด

 


 

เครดิต : ศิริลักษณ์ แคล้วคลาด/ข่าว ประชา-จิรัชญา/ภาพ

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา 

   วันที่ 2 กรกฎาคม 2564 อ.รัตภูมิ และ อ.เทพา จ.สงขลา นายสัตวแพทย์กิติกรณ์ เจนไพบูลย์ ปศุสัตว์จังหวัดสงขลา ร่วมกับนายบุญเกียรติ รักเกตุ ปศุสัตว์อำเภอรัตภูมิ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ ชุดที่ 1 รณรงค์ ฉีดวัคซีน ป้องกันโรค lumpy Skin ให้โคนมของเกษตรกร ณ ฟาร์มโคนมของบริษัท ออลซีซั่น คิงดอม จำกัด ณ ม.8 ต. กำแพงเพชร อ.รัตภูมิ จ.สงขลา โคนม 455 ตัว เกษตรกร 12 ราย ฉีดวัคซีนฯแก่โค 5 ตัว ของเกษตรกร 1 ราย ณ ม.2 ต.กำแพงเพชร อ.รัตภูมิ จ.สงขลาฉีดวัคซีนฯ ที่ ม.4 ต.ควนรู อ.รัตภูมิ จ.สงขลา โคนม จำนวน 96 ตัว เกษตรกร 3 ราย 

    เจ้าหน้าที่ชุดที่ 2 โดยนายประชัน ใจประเทือง รักษาราชการแทน ปศุสัตว์อำเภอเทพา ดำเนินการฉีดวัคซีนฯ ที่ ม.4 ต.เกาะสะบ้า อ.เทพา โค จำนวน 295 ตัว เกษตรกร 52 ราย  รวมให้วัคซีนโค 856 ตัว เกษตรกรรับบริการจำนวน 67 ราย ให้คำแนะนำเรื่องการควบคุมป้องกันโรค การดูแลสุขภาพสัตว์ ตลอดจนการปฏิบัติหลังการได้รับวัคซีนฯ เรื่องการควบคุมแมลงสัตว์พาหะในคอกสัตว์ และการงดการเคลื่อนย้ายสัตว์ให้กับเกษตรกร